จุดอ่อน "มัทฉะ" รู้ไว้ก่อนดื่ม...ไม่ทำร้ายสุขภาพ

28 ก.พ. 2568

SME Trend

มัทฉะ (Matcha) ไม่เพียงเป็นเครื่องดื่มสุดฮิต ที่ตอนนี้เกิดกระแสฟีเวอร์หนักจนขาดตลาด และยังถูกยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย ลดการเกิดโรคมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ฯลฯ   ถึงอย่างนั้น มัทฉะก็มีข้อควรระวังที่ต้องรู้ไว้ก่อนดื่ม เพื่อจะได้รับประโยชน์สูงสุด

 

6 จุดอ่อนของมัทฉะ 

  •  ปริมาณคาเฟอีนสูง กว่าชาเขียวทั่วไป ดังนั้นควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 1-2 ช้อนชาต่อวัน) และหลีกเลี่ยงการดื่มในช่วงเย็นหรือก่อนนอน เพื่อหลีกเลี่ยงอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หรือหัวใจเต้นเร็ว
  • การปนเปื้อนของสารเคมี เช่น ตะกั่ว หรืออลูมิเนียม หากบริโภคเป็นประจำอาจสะสมในร่างกายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  เพราะฉะนั้น ควรเลือกมัทฉะคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ
  • อาการแพ้ มัทฉะมีสารแทนนิน (Tannins) ซึ่งหากดื่มขณะท้องว่าง อาจทำให้ในบางคนเกิดอาการแพ้มัทฉะ เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว หรือท้องเสีย หากมีอาการดังกล่าวควรหยุดบริโภคและปรึกษาแพทย์
  •  ทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด  เช่น ยาลดความดันโลหิต อาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำเกินไป หรือยาลดน้ำตาลในเลือด ยาที่มีผลต่อตับ มัทฉะอาจเพิ่มการทำงานของตับ ทำให้ยาออกฤทธิ์เร็วหรือแรงขึ้น ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคหากกำลังใช้ยาอยู่ 
  • ไม่เหมาะสำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์ เนื่องจากมัทฉะมีคาเฟอีนสูง จึงไม่แนะนำให้เด็กและสตรีมีครรภ์บริโภค รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เพราะคาเฟอีนในมัทฉะอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติได้  
  • อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง เพราะมัทฉะมีสารประกอบ  เช่น EGCG ในปริมาณสูง จึงอาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย

 

 

เคล็ดลับการเลือกและดื่มมัทฉะ

•    เลือกมัทฉะเกรดพรีเมียม ซึ่งจะะมีสีเขียวสดและรสชาติที่กลมกล่อม
•    ชงมัทฉะด้วยน้ำอุณหภูมิ 70-80 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาสารอาหารและรสชาติ
•    ดื่มมัทฉะในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรดื่มเกิน 2-3 แก้วต่อวัน
•    หลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างเต็มที่

 

ที่มาข้อมูล : sanook

สาระ SME น่ารู้ที่เกี่ยวข้อง