5 วิธีลดต้นทุนไฟฟ้า เพิ่มกำไรธุรกิจ SME

17 มี.ค. 2568

SME Trend

พลังงานไฟฟ้า เป็นต้นทุนที่มีค่าใช้จ่ายสูงในธุรกิจ ซึ่งถ้ามากไปก็จะส่งผลต่อกำไรและผลการดำเนินงานโดยรวมของธุรกิจได้ ในบทความนี้เราจะพูดถึง กลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจ SME ลดผลกระทบจากราคาพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาต้นทุนธุรกิจไม่ให้สูงจนเกินไป และยังสามารถเพิ่มกำไรให้ธุรกิจได้อีกด้วย

 

5 วิธีลดต้นทุนไฟฟ้า

1. ตรวจสอบการใช้พลังงาน สิ่งแรกที่ SME ควรทำคือการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานภายในธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ทราบว่าพลังงานถูกใช้มากที่สุดในส่วนใด และสามารถระบุจุดที่สามารถปรับปรุงได้ เช่น 

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าสาธารณะและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในองค์กร
  • วิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ
  • ตรวจสอบการใช้พลังงานของอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องจักร

2. ปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น

  • ใช้หลอดไฟ LED ที่ประหยัดพลังงาน
  • ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5
  • ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมแสงสว่าง
  • ปรับเวลาการใช้งานเครื่องปรับอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

3. หันมาใช้พลังงานทดแทน อีกหนึ่งแนวทางการทำ ESG ที่ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว เช่น

  • ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟฟ้า
  • ใช้พลังงานลม หรือระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
  • นำระบบรีไซเคิลพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่ แม้ว่าการลงทุนในพลังงานทดแทนอาจต้องใช้ต้นทุนเริ่มต้นสูง แต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

4. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุน ESG  ความร่วมมือจากพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการใช้พลังงาน ธุรกิจสามารถดำเนินการได้โดย

  • จัดอบรมเกี่ยวกับแนวทางการประหยัดพลังงานให้พนักงาน
  • ส่งเสริมให้พนักงานปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
  • ใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
  • จัดกิจกรรมรณรงค์ เช่น "ลดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย" หรือ "ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า"

5. จัดการพลังงานด้วยหลักธรรมาภิบาล (Governance) การจัดการพลังงานอย่างมีธรรมาภิบาลช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามและปรับปรุงการใช้พลังงานได้อย่างเป็นระบบ เช่น

  • ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้ระบบตรวจสอบและรายงานการใช้พลังงานในองค์กร
  • ส่งเสริมให้คู่ค้าและซัพพลายเออร์ใช้แนวทาง ESG ร่วมกัน

ทำไม ESG จึงสำคัญสำหรับ SME?

  • ลดต้นทุน : การประหยัดพลังงานช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดี : การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้า
  • เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน: ผู้บริโภคและนักลงทุนให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ใส่ใจ ESG มากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่มี ESG ที่ดีมีโอกาสในการเติบโตและขยายตลาด
  • มีความยั่งยืนในระยะยาว: การทำ ESG ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก และสร้างความมั่นคงในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : solaredge

สาระ SME น่ารู้ที่เกี่ยวข้อง