พลิกวิกฤตสู่โอกาส"ศรีอยุธยา ไลอ้อน ปาร์ค" เปิด 3 ปี โต 4เท่า

28 พ.ย. 2568

SME Inspiration

จากวิกฤตการณ์เมื่อหลายปีก่อนทำให้หลายกิจการปิดหรืออยู่ในสถานะประคองตัว แต่สำหรับผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงจระเข้แห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลับมองเห็น "โอกาส” และตัดสินใจพลิกโฉมธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า พวกเขาได้แปลงพื้นที่กว่า 70 ไร่ให้กลายเป็น สวนสัตว์ศรีอยุธยา ไลอ้อน ปาร์ค แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์คนรักสัตว์และเป็นที่แห่งความสุขสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งเราได้รับเกียรติจากคุณวาเศรษฐี  เรืองเนตร ประธานกรรมการ บริษัท ศรีอยุธยา ไลอ้อน ปาร์ค จำกัด ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และการเดินทางของธุรกิจนี้ 

 

 

 

 

จากฟาร์มจระเข้สู่สวนสัตว์

เดิมคุณพ่อทําเป็นธุรกิจฟาร์มจระเข้ ทำแบบครบวงจรเลยค่ะ เราก็จะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แล้วประจวบกับช่วงโควิด-19 ทําให้ธุรกิจซบเซาลงไป ทีนี้ด้วยความที่เรามีความชํานาญด้านการเลี้ยงสัตว์ เราจึงได้เริ่มมาดําเนินการเป็น สวนสัตว์ศรีอยุธยา ไลอ้อนปาร์ค  มีเนื้อที่ประมาณ 70 ไร่  อยู่อําเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  แล้วเราก็ยังมีสัตว์มากมายอย่างเช่น แพนด้าแดง ไลไลเกอร์ ไฮยีนา  แล้วเราก็ยังมีสัตว์ที่น่าสนใจอีกกว่า 100 ชนิด

 

 

ที่แห่งความสุขสำหรับครอบครัว

กระแสธุรกิจของสวนสัตว์ก็ยังดีอย่างต่อเนื่อง  ทั้งนักท่องเที่ยวไทย แล้วก็นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ยังให้ความสนใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนนี้เรามีนักท่องเที่ยวใหม่ๆ เช่น นักท่องเที่ยวจีน ไต้หวัน จุดเด่นของที่นี่ก็จะเป็นเรื่องของความสดใหม่ เราอยู่ในทําเลที่สะดวกในการเดินทาง เพราะเราอยู่ใกล้กรุงเทพ  แล้วเรายังอยู่ในแหล่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย

 

เรามีราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย แล้วเราก็จะเน้นกิจกรรมที่มีความใกล้ชิดกับสัตว์ อย่างเช่น การนั่งรถจิ๊บถ่ายรูปกับยีราฟ การเดินจูงเสือ การถ่ายรูปกับลูกสิงโตขาว ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมากในเรื่องของความสะอาดและก็การบริการ ที่เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวประทับใจกันมาก

 

3 ปี เติบโต 4  เท่า

การเติบโตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถือว่าดีมากๆ จากจุดเริ่มต้นของเราเมื่อปี 2565 ก็จะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท จนปัจจุบันเมื่อดําเนินการมา 3 ปี  ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันก็เติบโตขึ้น 3-4 เท่า ปลายปี 2566 เราก็เริ่มมีหุ้นส่วนทางธุรกิจเข้ามาในการทําตลาดต่างประเทศ  เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ดึงลูกค้าต่างชาติเข้ามา ทําให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกําลังซื้อก็จะมีจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี  ที่เข้ามา ทําให้เราเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนเป้าหมายต่อไปเราก็จะมีการเปิดเพิ่มเป็นโซนซาฟารี 

 

เคล็ดลับการสร้างแบรนด์

หัวใจหลักๆ เลยเกิดจากลูกค้าที่มาเที่ยวที่นี่ แล้วก็มีการบอกต่อ มีการรีวิว ทําให้คนอื่นอยากจะมาเที่ยวที่นี่ ในส่วนที่ 2 จะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ที่เขาติดต่อเข้ามาเพื่อจะทําการรีวิว เราก็จะให้การสนับสนุนในส่วนนี้  และในส่วนที่ 3 เราก็ยังมีหุ้นส่วนทางธุรกิจ ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว ที่จะช่วยทําการตลาดต่างประเทศให้เรา  สำหรับการบริหารคน ตอนนี้เรามีพนักงานอยู่ประมาณ 300 คน เรามีการจัดอบรมพนักงานอย่างเช่น พนักงานที่ดูแลสัตว์ เขาต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพของสัตว์ เรื่องอาหารการกิน เรื่องความสะอาดของสถานที่  จริงๆ เราให้ความใส่ใจกับทุกๆ แผนก เพื่อให้เกิดความประทับใจสูงสุดกับนักท่องเที่ยว 

 

Thai Credit Standby 

ธนาคารไทยเครดิตเข้ามาสนับสนุน ตั้งแต่ตอนเริ่มกิจการเลย  มันก็เป็นเงินทุนที่เราเอามา ตั้งแต่เราเริ่มก่อสร้าง ลงทุนนําเข้าสัตว์ ใช้ขยายกิจการ ใช้หมุนเวียน ความประทับใจในการให้บริการของพนักงานไทยเครดิต ก็มีในส่วนของการแนะนําสินเชื่อที่เหมาะสมกับเรา แล้วเรื่องของความรวดเร็วในการให้บริการ การบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณธนาคารไทยเครดิตมากๆ ที่อยู่เคียงข้างศรีอยุธยา ไลอ้อนปาร์ค ขอบคุณมากค่ะ

 

สาระ SME น่ารู้ที่เกี่ยวข้อง